งามไส้ ซิวปลัดอำเภอหน้าห้องรองผู้ว่ากาฬสินธุ์ เป็นสายข่าวยาบ้า

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่า พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.สิทธิโชค สิทธิโสภณ รอง ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.มนต์เทียน พลเยี่ยม สว.ป้องกันและปราบปราม สภ.ฆ้องชัย ปฏิบัติราชการกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์และ พ.ต.ท.ปิติทัต กงทอง สว.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เชิญตัวนายศุภสิทธิ์ อายุ 34 ปี

ตำแหน่ง เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการที่ทำการปกครองจังหวัดกาฬสินธุ์ และเป็นหน้าห้อง นายเธียรชัย อัจฉริยพันธุ์ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ไปสอบปากคำหลังจากที่นายธีรชาติวุฑิ หรือสิงโต อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาครอบครองยาบ้าให้การซัดทอดว่า นายศุภสิทธิ์ ปลัดอำเภอหน้าห้องรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นสายแจ้งข่าวความเคลื่อนไหวในการปราบปรามยาเสพติดในยุทธการฟ้าแดดสงยาง โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนและทราบว่าปลัดอำเภอคนดังกล่าวก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ส่งข่าวทางไลน์ แจ้งความเคลื่อนไหวให้กับนักค้ายาเสพติดอีกคน

พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า กรณีนี้ชุดสืบสวนได้ทำการควบคุมตัว นายธีรชาติวุฑิฯหรือสิงโต ผู้ต้องหายาบ้า ได้ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ตรงถนนสนามบิน จ.กาฬสินธุ์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ซึ่งเป็นหนึ่งใน 63 ราย ในจำนวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในยุทธการฟ้าแดดสงยาง แต่ “สิงโต” เป้าหมายพิเศษตำรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 7 เม็ด “รายนี้คือขาใหญ่รายเดียวที่เชื่อมโยง พนักงานราชการทั้งบนสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ และ สำนักงานสรรพสามิตจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่หลังจากที่สืบสวนรอบด้านได้ปรากฏไลน์ ในโทรศัพท์มือถือของสิงโตอีกว่า “ให้ระวังจังหวัดกำลังจะระดมกวาดล้าง”

ซึ่งเป็นข้อความนี้ถูกส่งมาล่วงหน้าก่อนหนึ่งวันจาก นายศุภสิทธิ์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการที่ทำการปกครองจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยทำงานอยู่หน้าห้องรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ อีกท่านหนึ่ง” พ.ต.อ.ธีรพัฒน์กล่าว พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า การเชิญตัวปลัดอำเภอดังกล่าวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งปลัดอำเภอก็ยอมรับว่ารู้จักกับนายธีรชาติวุฑิฯหรือสิงโต เป็นเพื่อนในสมัยเรียนและได้ส่งข้อความดังกล่าวให้จริงเพื่อเตือน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือในการตรวจปัสสาวะซึ่งก็ไม่พบมีฉี่สีม่วงและตรวจค้นยาบ้าก็ไม่พบ รวมทั้งกลุ่มพนักงานราชการของสำนักงานจังหวัดอีก 3 คน ที่มีเลขารองผู้ว่าราชการอีกคนก็เป็นเพื่อนสมัยเรียนด้วย จึงได้ทำรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พิจารณาต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ sanook