รู้ทันมะเร็งปากมดลูก

แม้มะเร็งเต้านมจะเป็นเนื้อร้ายที่ผู้หญิงเป็นมากที่สุด แต่มะเร็งที่คร่าชีวิตสาวไทยมากเป็นอันดับ 1 คือ “มะเร็งปากมดลูก”หรือ เอชพีวี HPV (Human Papilloma Virus) ที่เป็นไวรัสตัวร้าย ก่อมะเร็งปากมดลูก ซึ่งต้นเหตุของมะเร็งปากมดลูกนั้น มีตั้งแต่สารเคมีที่ทำให้เกิดการระคายเคืองเรื้อรัง หรือสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของเซลล์ แต่รู้ไหมว่าตัวการหลักของมะเร็งปากมดลูกนั้นก็คือ เชื้อไวรัส เอชพีวี HPV

และช่องทางหลักของการติดเชื้อ HPV คือ การมีเพศสัมพันธ์แบบธรรมดาๆ นั่นเอง ซึ่งในเวลานี้หลายประเทศกำลังตื่นตัวกันมากสำหรับการให้ข้อมูลความรู้เรื่อง มะเร็งปากดมดลูก ให้แก่ประชาชน เพื่อให้เกิดการป้องกันและรักษาตัวได้อย่างทันท่วงที รอ.นพ.อดุลย์ชัย แสงเสริฐ หรือ หมอเกมส์ ทีมแพทย์จิตอาสา แพทย์เฉพาะทางบาทเดียว ให้ข้อมูลว่า เอสพีวี บางชนิดเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคผิวหนังที่เราสังเกตเห็นได้ เช่น หูดบริเวณมือและเท้า แต่บางชนิดนำไปสู่การเกิดเซลล์มะเร็งในบริเวณอวัยวะเพศ หรือมะเร็งปากมดลูกได้อย่างไร อธิบายได้ดังนี้ เซลล์ในร่างกายจะมีการแบ่งตัวอยู่เสมอโดยธรรมชาติ แต่เมื่อร่างกายเกิดการติดเชื้อ เอสพีวี ที่ทำให้เกิดเซล์มะเร็งนั้นจะเข้าไปรบกวนกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ทำให้เกิดความผิดปกติ เมื่อเวลาผ่านไปโครงสร้างทางพันธุกรรมของเซลล์บางส่วนที่มีการแบ่งตัวผิดปกตินั้น จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรและไม่สามารถแก้ไขให้คืนเดิมได้ และจะเริ่มกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

“โดยเฉพาะคนที่ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัว เพราะแทบไม่มีอาการใดๆ ปรากฏให้เห็นเลย ยกเว้นในบางรายที่อาจเกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศ ทั้งภายในและภายนอกช่องคลอด บริเวณปากมดลูก และรอบๆ ทวารหนัก ส่วนในผู้ชายมักพบบริเวณส่วนปลายของอวัยวะเพศ หรือผิวหนังรอบๆ อวัยวะเพศ ถุงอัณฑะ หรือทวารหนักเช่นกัน หากเป็นหูดเราสามารถรักษาได้ แต่ถ้าป็น เอชพีวี ที่ไม่แสดงอาหารใดๆ ออกมา เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าติดเชื้อนี้ เว้นแต่จะไปตรวจเป็นเฉพาะโรคเท่านั้น วิธีการสังเกตอาการผู้ที่เสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก คือ 1. มีเลือดออกกระปริบกระปอย ในช่วงที่ไม่ได้เป็นประจำเดือน 2.ตกขาวมีสีเหลือง น้ำตาล เขียว มีกลิ่นเหม็น หากมีอาการเบื้องต้นเหล่านี้ควรไปตรวจเฉพาะทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งปากมดลูกเสมอไป อาจจะเป็นเพียงแค่หูด อย่างไรก็ตามอย่านิ่งนอนใจ เพราะอาการของมะเร็งนั้นจะไม่ได้แสดงให้เห็นตั้งแต่แรกเริ่ม หากตรวจพบไวก็รักษาได้ทันท่วงที ที่สำคัญผู้ที่อยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 9-26 ปี สามารถฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้” รอ.นพ.อดุลย์ชัย กล่าวเน้นย้ำ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth